CNC Turning vs งานกลึงทั่วไป เลือกแบบไหนดี?

CNC Turning vs งานกลึงทั่วไป เลือกแบบไหนดี?

เปรียบเทียบ CNC Turning และ งานกลึงทั่วไป เพื่อให้สามารถเลือกได้อย่างเหมาะสม

CNC Turning vs งานกลึงทั่วไป เลือกแบบไหนดี?

การผลิตชิ้นส่วนโลหะ และ พลาสติกในภาคอุตสาหกรรมจำเป็นต้องอาศัยกระบวนการขึ้นรูปที่มีความแม่นยำ หนึ่งในกระบวนการที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ งานกลึง ซึ่งใช้สำหรับผลิตชิ้นงานทรงกระบอก เพลา บูช แกน สลัก เกลียว และ ชิ้นส่วนเครื่องจักรอีกหลากหลายประเภท โดยในปัจจุบันงานกลึงแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ได้แก่ งานกลึงทั่วไป ที่ควบคุมการทำงานด้วยผู้ปฏิบัติงาน และ CNC Turning ที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมการเคลื่อนที่ของเครื่องจักร ทำให้สามารถผลิตชิ้นงานที่มีความซับซ้อน และ มีความแม่นยำสูงได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นบทความนี้จะเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง CNC Turning และ งานกลึงทั่วไปในทุกมิติ พร้อมแนะนำแนวทางเลือกให้เหมาะกับลักษณะงาน เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการ วิศวกร และ ฝ่ายจัดซื้อสามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างคุ้มค่า 

ทำความรู้จัก และ หลักการทำงานพื้นฐานของ CNC Turning และ งานกลึงทั่วไป

ก่อนที่จะไปเปรียบเทียบ เรามาทำความเข้าใจสถาปัตยกรรม และ วิธีการทำงานของทั้งสองระบบกันก่อน

  1. งานกลึงทั่วไป

    งานกลึงทั่วไป คือ การขึ้นรูปชิ้นงานโดยใช้ เครื่องกลึงมือ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีดั้งเดิมที่อยู่คู่กับอุตสาหกรรมมาอย่างยาวนาน
    • เสน่ห์ และ ข้อจำกัด: งานกลึงมือเปรียบเสมือนงานศิลปะชั้นสูง คุณภาพของชิ้นงานขึ้นอยู่กับ "ฝีมือ สายตา และ ประสบการณ์" ของช่างกลึงผู้นั้นเกือบ 100%

  2. CNC Turning

    CNC Turning คือ การกลึงที่ขับเคลื่อนด้วยระบบคอมพิวเตอร์ และ ระบบอัตโนมัติ โดยตัดขาดจากการควบคุมด้วยมือของมนุษย์ในระหว่างตัดเฉือน
    • จุดเด่น: สามารถทำงานซับซ้อนได้อย่างรวดเร็ว โดยช่างมีหน้าที่เพียงแค่ตั้งค่าชิ้นงานในตอนแรก (Setup) และ คอยกดปุ่มเริ่มทำงาน เท่านั้น

เปรียบเทียบมิติความแตกต่างในแต่ละด้านของ CNC Turning และ งานกลึงทั่วไป 

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เราจะแบ่งการเปรียบเทียบออกเป็น 4 มิติหลักๆ ที่ส่งผลต่อการบริหารงานในโรงงาน

  1. ความแม่นยำ และ ค่าความคลาดเคลื่อน
    • CNC Turning: สามารถรักษาค่าความคลาดเคลื่อนได้ต่ำมาก และ นิ่งสนิท โดยปกติเครื่อง CNC ที่สมบูรณ์สามารถคุมระยะทางได้ในระดับ 0.005 mm ถึง 0.01 mm และ ที่สำคัญคือ "ชิ้นที่ 1 กับชิ้นที่ 1,000 จะมีขนาดเท่ากันเปรียบเสมือนฝาแฝด" เพราะไม่มีมิติของความเหนื่อยล้า เข้ามาเกี่ยวข้อง
    • งานกลึงทั่วไป: ความแม่นยำสูงสุดที่ช่างฝีมือดีๆ จะทำได้มักจะอยู่ที่ประมาณ 0.02mm ถึง 0.05 mm แต่ปัญหา คือความสม่ำเสมอ หากช่างต้องกลึงชิ้นงานต่อเนื่องเป็นเวลา 8 ชั่วโมง ช่วงบ่ายที่สายตาเริ่มล้าหรือมือเริ่มสั่น ค่าสเกลอาจจะเริ่มเพี้ยน ทำให้โอกาสเกิดของเสียสูงกว่า
  2. ความซับซ้อนของรูปทรง
    • งานกลึงทั่วไป: เหมาะสำหรับรูปทรงพื้นฐาน เช่น การปอกผิวเรียบ, การคว้านรูตรง, การกลึงปาดหน้า, หรือการตกร่องสี่เหลี่ยม หากต้องการกลึงส่วนโค้ง หรือ เรียว ช่างต้องตั้งองศาแท่นเลื่อน และ คอยหมุนมือผสมแกนด้วยความชำนาญ ซึ่งทำได้ช้า และ ยากมาก
    • CNC Turning: ระบบคอมพิวเตอร์สามารถคำนวณการเคลื่อนที่แนวเฉียง และ แนวโค้งในแบบอินเตอร์โพเลชัน ได้อย่างสมบูรณ์แบบ สามารถกลึงชิ้นงานที่มีส่วนโค้งเว้าซับซ้อน , เกลียวหลายเริ่ม , หรือ เกลียวที่มีระยะพิตช์ไม่คงที่ได้อย่างง่ายดายภายในครั้งเดียว
  3. ปริมาณการผลิต และ จุดคุ้มทุน
    ข้อนี้เป็นตัวชี้วัดที่ฝ่ายจัดซื้อ และ ผู้จัดการโรงงานต้องคำนวณให้ดี
    • งานกลึงทั่วไป (เหมาะกับปริมาณน้อย): ไม่มีขั้นตอนการเขียนโปรแกรม ช่างจับชิ้นงานเข้าเครื่อง เปิดสวิตช์ หมุนกลึงได้ทันที จึง คุ้มค่าที่สุดสำหรับการผลิตชิ้นงานจำนวน 1-5 ชิ้น เช่น งานซ่อมบำรุงเปลี่ยนเพลาเครื่องจักรเก่า หรือ การทำชิ้นงานต้นแบบ
    • CNC Turning (เหมาะกับปริมาณมาก): มีต้นทุนแฝงในตอนเริ่มต้นค่อนข้างสูง ทั้งเวลาในการเขียนโปรแกรมคำสั่ง G-Code และ เวลาในการจัดตั้งเครื่อง เช่น การเลือกมีด, การตั้ง Tool Offset ซึ่งอาจใช้เวลา 30 นาทีถึง 2 ชั่วโมง แต่เมื่อระบบทุกอย่างเสร็จสิ้น เครื่องจะสามารถปั๊มชิ้นงานออกมาได้อย่างรวดเร็ว จึง คุ้มค่าอย่างมากในการผลิตระดับ Batch (50 ชิ้นขึ้นไป) จนถึง Mass Production (ระดับพันหรือหมื่นชิ้น)
  4. เจาะลึกต้นทุน และ ปัจจัยด้านแรงงาน

    4.1. ปัญหาการขาดแคลนช่างฝีมือ
    ในปัจจุบัน อุตสาหกรรมแปรรูปโลหะกำลังเผชิญกับภาวะ "ช่างกลึงมือดีกำลังหมดไป" ช่างกลึงที่มีความไวในการมองสเกล มีประสาทสัมผัสในการรับรู้แรงกดของมีด ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ และ กำลังทยอยเกษียณอายุ ขณะที่แรงงานรุ่นใหม่หันไปศึกษาด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ และ ระบบอัตโนมัติ ทำให้โรงงานที่พึ่งพางานกลึงมือประสบปัญหาการหาแรงงานทดแทนอย่างรุนแรง

    ในมุมกลับกัน CNC Turning เข้ามาเปลี่ยนบทบาทของแรงงาน จากเดิมที่ต้องใช้แรง และ ทักษะกล้ามเนื้อ เปลี่ยนเป็นการใช้ทักษะทางซอฟต์แวร์ และ การคิดเชิงตรรกะ ทำให้โรงงานสามารถใช้พนักงาน 1 คน ในการดูแลเครื่องกลึง CNC ได้พร้อมกัน 2-3 เครื่อง ช่วยลดต้นทุนค่าแรงต่อชิ้นงานลงได้อย่างมหาศาล

จะได้คำตอบของคำถามที่ว่า "CNC Turning vs งานกลึงทั่วไป เลือกแบบไหนดี?" จึงไม่ใช่การหาว่าเทคโนโลยีใดดีที่สุดในโลก แต่เป็นการเลือกเทคโนโลยีที่ "เหมาะสมที่สุดกับบริบทของงาน และ เงินทุนในกระบวนการผลิต" ซึ่งการทำความเข้าใจข้อดี และ ข้อจำกัดของระบบกลึงทั้งสองประเภทนี้อย่างถ่องแท้ จะช่วยให้คุณสามารถจัดสรรทรัพยากร ควบคุมต้นทุน และ ส่งมอบชิ้นงานที่มีคุณภาพสูงสุดสู่มือลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ ยั่งยืนนั้นเอง แต่ถ้ากำลังมองหาเครื่อง CNC Turning เราขอแนะนำ 

J Tech Machinery คือ ผู้นำเข้า และตัวแทนจำหน่ายเครื่องจักรกลที่ครบครัน และ ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย เราเชี่ยวชาญในเครื่องจักรกลหลากหลายประเภท เช่น เครื่องกัด CNC Milling Machine (CNC Machine), เครื่อง 5 Axis Machining , เครื่อง 3D Scanner, เครื่องไวร์คัท,CNC Swiss Type และ Hexagon CMM ที่ตอบโจทย์สำหรับหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมรถยนต์, อากาศยาน, อุปกรณ์การแพทย์, จักรกลการเกษตร, การก่อสร้าง, พลังงาน, เครื่องใช้ไฟฟ้า, บรรจุภัณฑ์ และ แม่พิมพ์ชนิดต่างๆ นั้นเอง

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่

บริษัท เจ เทค แมชชีนเนอรี่ จำกัด
22/86 ซอยกรุงเทพกรีฑา 7 แยก 4 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240

Website : https://www.jtechmachinery.com
Line: @j-tech
E-mail : Info@jtechmachinery.com

เบอร์โทรศัพท์
สำนักงาน : 02-187-0963
คุณอาร์ต : 090-016-1955
คุณเอ๋ : 099-178-5500

 

Visitors: 310,037