การผลิตชิ้นส่วนทางการแพทย์ด้วยเครื่องกลึง CNC

การผลิตชิ้นส่วนทางการแพทย์ด้วยเครื่องกลึง CNC

ทำไมชิ้นส่วนทางการแพทย์หลายๆชิ้นจึงต้องผลิตด้วยเครื่องกลึง CNC

การผลิตชิ้นส่วนทางการแพทย์ด้วยเครื่องกลึง CNC

อุตสาหกรรมการแพทย์ถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีความต้องการด้านความแม่นยำ ความปลอดภัย และ มาตรฐานการผลิตสูงที่สุดในโลก เนื่องจากชิ้นส่วน และ อุปกรณ์ทางการแพทย์จำนวนมากต้องถูกนำไปใช้งานกับร่างกายมนุษย์โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ผ่าตัด รากฟันเทียม ข้อต่อเทียม อุปกรณ์ช่วยชีวิต หรือ ชิ้นส่วนของเครื่องมือแพทย์ที่ต้องทำงานอย่างถูกต้องแม่นยำทุกครั้ง โดยในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีการผลิตก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เครื่องจักร CNC จึงได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการผลิตชิ้นส่วนทางการแพทย์ โดยเฉพาะ “เครื่องกลึง CNC” ที่สามารถผลิตชิ้นงานที่มีขนาดเล็ก ซับซ้อน และ ต้องการค่าความคลาดเคลื่อนต่ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นบทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกระบวนการผลิตชิ้นส่วนทางการแพทย์ด้วยเครื่องกลึง CNC ตั้งแต่หลักการทำงาน วัสดุที่นิยมใช้ ประโยชน์ ข้อดี ตลอดจนมาตรฐานสำคัญที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการแพทย์ 

ความสำคัญ และ ความต้องการเฉพาะของชิ้นส่วนทางการแพทย์

ชิ้นส่วนทางการแพทย์ไม่ได้เป็นเพียงแค่ "ชิ้นงานวิศวกรรม" ทั่วไป แต่เป็นสิ่งที่มีผลกระทบโดยตรงต่อชีวิต ความปลอดภัย และ สุขอนามัยของผู้ป่วย ดังนั้น ข้อกำหนดในการผลิตจึงมีความแตกต่าง และ เข็มงวดกว่าชิ้นส่วนในอุตสาหกรรมยานยนต์ หรือ อิเล็กทรอนิกส์หลายเท่าตัว โดยมีคุณลักษณะเฉพาะที่ต้องคำนึงถึงดังนี้

1.ความแม่นยำ และ ความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้ต่ำมาก 

ชิ้นส่วนทางการแพทย์หลายๆชนิด เช่น สกรูยึดกระดูก หรือ ชิ้นส่วนในเครื่องมือผ่าตัดส่องกล้อง มีขนาดเล็กมาก และ ต้องการค่าความคลาดเคลื่อน ที่แคบมาก บ่อยครั้งที่ต้องควบคุมความแม่นยำในระดับ 0.005 มิลลิเมตร หรือ น้อยกว่านั้น เพื่อให้ชิ้นส่วนสามารถประกอบเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์ และ ทำงานได้อย่างไม่ผิดพลาดในร่างกายมนุษย์

2.ความเข้ากันได้ทางชีวภาพ

วัตถุดิบที่ใช้ผลิตชิ้นส่วนที่ต้องฝังอยู่ในร่างกาย หรือ สัมผัสกับเนื้อเยื่อ และ เลือด จะต้องไม่มีปฏิกิริยาที่เป็นพิษ ไม่ก่อให้เกิดการแพ้ การอักเสบ หรือ การปฏิเสธสิ่งแปลกปลอมจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

3.พื้นผิวที่เรียบเนียนระดับนาโน 

ความหยาบของผิวชิ้นงาน เป็นเรื่องที่วิกฤตมาก หากเป็นเครื่องมือผ่าตัด ผิวที่เรียบเนียนจะช่วยลดการเกาะตัวของแบคทีเรีย และ ทำความสะอาดฆ่าเชื้อ ได้ง่าย ส่วนชิ้นส่วนฝังในบางประเภทต้องการผิวที่เรียบเนียนเพื่อลดแรงเสียดทาน และ การสึกหรอภายในข้อต่อ

4.ความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับ 

ทุกชิ้นส่วนทางการแพทย์ที่ผลิตจากเครื่องกลึง CNC จะต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ตั้งแต่หมายเลขล็อตของวัตถุดิบ สภาวะในการเดินเครื่องกลึง ใบมีดที่ใช้ น้ำมันหล่อเย็น ไปจนถึงผู้ควบคุมเครื่องจักร เพื่อความปลอดภัยสูงสุดหากเกิดข้อผิดพลาด

เทคโนโลยีเครื่องกลึง CNC ที่ใช้ในอุตสาหกรรมการแพทย์

เราจะทราบกันดีว่าเครื่องกลึงทั่วๆไปนั้นไม่สามารถตอบสนองความละเอียด และ ความซับซ้อนของชิ้นส่วนทางการแพทย์ได้ อุตสาหกรรมนี้จึงต้องพึ่งพาเทคโนโลยีเครื่องจักรขั้นสูงเฉพาะทาง ดังนี้

1.เครื่องกลึง CNC แบบสวิส

นี่คือ "พระเอก" ของการผลิตชิ้นส่วนทางการแพทย์ขนาดเล็ก เครื่องกลึงประเภทนี้ถูกออกแบบมาเพื่อกลึงชิ้นงานที่มีลักษณะเรียวยาว และ มีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาดเล็ก (มักต่ำกว่า 32 มม.) เช่น สกรูยึดกระดูก หรือ พินสำหรับยึดตรึง

  • กลไก Guide Bushing : แตกต่างจากเครื่องกลึงทั่วไป โดยชิ้นงานจะถูกประคองด้วยปลอกนำศูนย์ และ เลื่อนแกน Z ออกมาตัดเฉือนใกล้กับจุดประคองมากที่สุด ทำให้ไม่มีการโก่งตัวของชิ้นงาน ส่งผลให้ได้ความแม่นยำสูงสุด แม้ชิ้นงานจะยาว และ บางมาก
  • Multi-Axis & Multi-Tool : เครื่องกลึงสวิสรุ่นใหม่มีแกนควบคุมมากกว่า 7 ถึง 13 แกน สามารถกลึง มิลลิ่ง เจาะรูเฉียง และ ทำเกลียวได้พร้อมกันในเครื่องเดียว ทั้งหัวจับหลัก และหัวจับย่อย ทำให้ชิ้นงานเสร็จสมบูรณ์ในกระบวนการเดียว 

2.เครื่องจักรประเภท Mill-Turn 

สำหรับชิ้นส่วนทางการแพทย์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และ มีความซับซ้อนของรูปทรงเรขาคณิตสูง เช่น ข้อต่อสะโพกเทียม หรือ โครงเครื่องมือแพทย์ เครื่องประเภท Mill-Turn ที่ผสานรวมฟังก์ชันของเครื่องกลึงและ เครื่องกัด 5 แกนเข้าด้วยกัน จะช่วยลดความจำเป็นในการเปลี่ยนถ่ายชิ้นงานไปยังเครื่องจักรเครื่องอื่นๆ เพื่อลดความคลาดเคลื่อนที่เกิดจากการตั้งศูนย์ใหม่

3.ระบบป้อนวัตถุดิบอัตโนมัติ

เนื่องจากการผลิตชิ้นส่วนแพทย์มักเป็นการผลิตในปริมาณมาก เช่น สกรูจัดฟัน หรือ สกรูยึดกระดูก การติดตั้งระบบ Bar Feeder เพื่อป้อนแท่งวัตถุดิบเข้าสู่เครื่องกลึงอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องใช้แรงงานมนุษย์ จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และ ลดต้นทุนการผลิต

วัตถุดิบเกรดการแพทย์ และ ความท้าทายในการกลึง

การเลือก และ การประมวลผลวัตถุดิบในเครื่องกลึง CNC ถือเป็นศาสตร์ขั้นสูง เนื่องจากวัสดุเกรดการแพทย์ส่วนใหญ่เป็นวัสดุที่ "กลึงแต่งยาก" ซึ่งส่งผลต่ออายุการใช้งานของเครื่องมือตัด และความเสถียรของขนาดชิ้นงาน

1.ความท้าทายในการกลึงโลหะทางการแพทย์ เช่น

  • ไทเทเนียม : นำความร้อนได้แย่มาก ความร้อนจากการตัดเฉือนจะสะสมอยู่ที่ปลายมีดตัด ทำให้มีดสึกหรออย่างรวดเร็ว และ มีโอกาสเกิดไฟลุกไหม้ได้หากใช้ความเร็วรอบสูงเกินไป และ ระบบระบายความร้อนไม่ดีพอ
  • โคบอลต์-โครเมียม : มีความแข็ง และ ความเหนียวสูงมาก ทำให้เกิดแรงตัดเฉือนมหาศาล เครื่องกลึง CNC ต้องมีความนิ่ง และ โครงสร้างที่แข็งแกร่งเพื่อป้องกันการสั่นสะเทือน

2.พลาสติกเกรดการแพทย์

  • PEEK (Polyetheretherketone) : เป็นพลาสติกวิศวกรรมขั้นสูงที่มีความแข็งแรงเชิงกลสูง ที่ทนต่อการนึ่งฆ่าเชื้อด้วยไอน้ำความดันสูง ได้นับพันครั้ง นิยมนำมากลึงเป็นหมอนรองกระดูกสันหลังเทียม และทดแทนกระดูก
  • UHMWPE (Ultra-High-Molecular-Weight Polyethylene) : มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานต่ำมาก ทนทานต่อการขัดสี นิยมกลึงเป็นชิ้นส่วนเบ้าองศาในข้อสะโพกเทียม

3.ความท้าทายในการกลึงพลาสติก

  • การเสียรูปจากความร้อน : พลาสติกมีจุดหลอมเหลวต่ำ และ ขยายตัวความร้อนได้ง่าย หากความร้อนในการกลึงสูงเกินไป ขนาดของชิ้นงานจะเพี้ยนเมื่อเย็นตัวลง
  • เสี้ยนและเศษพลาสติก : พลาสติกมักเกิดเสี้ยนคมที่ขอบชิ้นงานหลังการกลึง ซึ่งการลบเสี้ยน ในชิ้นส่วนการแพทย์ขนาดเล็กนั้นทำได้ยากมาก

การผลิตชิ้นส่วนทางการแพทย์ด้วยเครื่องกลึง CNC เป็นกระบวนการที่มีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมการแพทย์ยุคใหม่อย่างมาก เนื่องจากสามารถสร้างชิ้นงานที่มีความแม่นยำสูง คุณภาพสม่ำเสมอ และรองรับข้อกำหนดด้านความปลอดภัยที่เข้มงวดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นรากฟันเทียม สกรูยึดกระดูก ข้อต่อเทียม หรือ ชิ้นส่วนของเครื่องมือแพทย์ต่าง ๆ ดังนั้นหากกำลังมองหาเครื่องกลึง CNC ที่ช่วยผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์เราขอแนะนำ J Tech Machinery คือ ผู้นำเข้า และตัวแทนจำหน่ายเครื่องจักรกลที่ครบครัน และ ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย เราเชี่ยวชาญในเครื่องจักรกลหลากหลายประเภท เช่น เครื่องกัด CNC Milling Machine (CNC Machine), เครื่อง 5 Axis Machining , เครื่อง 3D Scanner, เครื่องไวร์คัท,CNC Swiss Type และ Hexagon CMM ที่ตอบโจทย์สำหรับหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมรถยนต์, อากาศยาน, อุปกรณ์การแพทย์, จักรกลการเกษตร, การก่อสร้าง, พลังงาน, เครื่องใช้ไฟฟ้า, บรรจุภัณฑ์ และ แม่พิมพ์ชนิดต่างๆ นั้นเอง

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่

บริษัท เจ เทค แมชชีนเนอรี่ จำกัด
22/86 ซอยกรุงเทพกรีฑา 7 แยก 4 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240

Website : https://www.jtechmachinery.com
Line: @j-tech
E-mail : Info@jtechmachinery.com

เบอร์โทรศัพท์
สำนักงาน : 02-187-0963
คุณอาร์ต : 090-016-1955
คุณเอ๋ : 099-178-5500

 

Visitors: 310,037