CNC Swiss Type ต่างจาก CNC Lathe อย่างไร? เลือกเครื่องแบบไหนให้เหมาะกับงาน
CNC Swiss Type ต่างจาก CNC Lathe อย่างไร? เลือกเครื่องแบบไหนให้เหมาะกับงาน
แนะนำวิธีเลือกใช้เครื่อง CNC Swiss Type และ CNC Lathe ให้เหมาะกับงาน

ในอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนโลหะ CNC Lathe และ CNC Swiss Type เป็นเครื่องจักรที่สามารถใช้ผลิตชิ้นงานทรงกลม ทรงกระบอก เพลา สกรู และ ชิ้นส่วนที่ต้องการความแม่นยำสูงได้เหมือนกัน แต่โครงสร้าง และ หลักการทำงานของเครื่องทั้งสองประเภทมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะโรงงานที่ต้องผลิตชิ้นส่วนขนาดเล็ก มีรายละเอียดหลายตำแหน่ง ต้องการความแม่นยำสูง และ มีจำนวนการผลิตมาก การเลือกใช้ CNC Swiss Type อาจช่วยให้กระบวนการผลิตมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะที่ CNC Lathe ยังคงเหมาะกับงานกลึงทั่วไป งานเพลาขนาดกลางถึงใหญ่ และ งานที่ต้องการความยืดหยุ่นในการผลิตชิ้นงานหลายรูปแบบ ดังนั้นบทความนี้จะอธิบายความแตกต่างระหว่าง CNC Swiss Type และ CNC Lathe ตั้งแต่หลักการทำงาน ไปจนถึงตัวอย่างงานที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้โรงงาน หรือ ผู้ประกอบการเลือกเครื่องจักรได้ตรงกับความต้องการที่สุด
รู้จักพื้นฐานของเครื่องกลึง CNC Swiss Type และ CNC Lathe
1. CNC Lathe (Conventional/Turret Lathe) คืออะไร?
เครื่องกลึง CNC แบบทั่วไป หรือ Conventional CNC Lathe ทำงานโดยการยึดชิ้นงาน ไว้กับหัวจับ ที่อยู่กับที่ในแนวแกน Z จากนั้นชุดหัวจับเครื่องมือตัด จะเป็นฝั่งเคลื่อนที่เข้าหาชิ้นงานเพื่อทำการตัดแต่ง ปอกผิว เจาะ หรือ กลึงเกลียว
- หลักการยึดชิ้นงาน: ชิ้นงานถูกจับยึดเฉพาะที่ปลายด้านหนึ่ง (หรือ สนับสนุนด้วยยันศูนย์ Tailstock ที่ปลายอีกด้านหากชิ้นงานยาว)
- การเคลื่อนที่: หัวจับหมุนชิ้นงานอยู่กับที่ในแนวแกนยึด แต่มีมีดกลึงขยับเข้าหาชิ้นงานในแกน X และ Z
2. CNC Swiss Type Lathe คืออะไร?
เครื่องกลึง CNC Swiss Type ถูกพัฒนาขึ้นครั้งแรกในประเทศสวิตเซอร์แลนด์เพื่อใช้ผลิตชิ้นส่วนนาฬิกาขนาดเล็กที่มีความละเอียดสูง โดยความแตกต่างที่สำคัญที่สุดคือ เครื่อง Swiss Type ใช้ระบบ Sliding Headstock ร่วมกับ Guide Bushing (ปลอกประคองชิ้นงาน) ชิ้นงานจะถูกยึดด้วย Collet ภายในหัวจับเคลื่อนที่ และ ถูกดันผ่าน Guide Bushing ออกไปหาเครื่องมือตัดที่ตั้งรออยู่ด้านหน้า
- หลักการยึดชิ้นงาน: เครื่องมือตัดจะอยู่ติดกับหน้า Guide Bushing มากที่สุด (ระยะห่างเพียงไม่กี่มิลลิเมตร)
- การเคลื่อนที่: มีดกลึงจะขยับเข้ามาตัดในแกน X/Y ณ จุดประคองปลาย Guide Bushing ในขณะที่หัวจับชิ้นงาน จะเป็นฝั่งเลื่อนถอยหลัง และ ดันวัตถุดิบป้อนออกไปในแนวแกน Z
วิเคราะห์ข้อดี-ข้อจำกัด ของเครื่องกลึง CNC Swiss Type และ CNC Lathe
1. CNC Swiss Type
ข้อดี:
- ความแม่นยำระดับสุดยอด: ไร้ปัญหาชิ้นงานโก่งตัว แม้กลึงเพลาเข็มยาวๆ
- Done in One (จบงานในเครื่องเดียว): เครื่อง Swiss Type มักมาพร้อมกับ Sub-spindle, Live Tooling (มีดกัด/เจาะ) และ แกน Y ทำให้สามารถกลึง กัด เกลียว เจาะรูเฉียง และ ตัดปาดหน้าหลังจบได้โดยไม่ต้องย้ายเครื่อง
- Cycle Time รวดเร็วมาก: โครงสร้างป้อมมีดแบบ Gang Tooling อยู่ชิดชิ้นงาน ทำให้ระยะการเคลื่อนที่ฟรีสั้นมาก สามารถทำเวลาต่อชิ้นได้เร็วกว่าเครื่องทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด
ข้อจำกัด:
- ข้อจำกัดเรื่องขนาดวัตถุดิบ: ส่วนใหญ่รองรับเพลาขนาดไม่เกิน 32 มม. หรือ 38 มม.
- การเสียเศษวัตถุดิบ : ปลายเพลาส่วนที่ค้างใน Guide Bushing จะถูกทิ้งเป็นเศษเพลายาวประมาณ 150-300 มม. (เว้นแต่จะใช้ระบบ Non-Guide Bushing)
- ต้องการวัตถุดิบคุณภาพสูง: เพลาที่จะนำมาใช้ต้องมีความตรง และ ค่า OD Tolerance ที่แม่นยำ (เช่น เพลาเกรด h8/h9) เพื่อไม่ให้ติดขัดใน Guide Bushing
2. CNC Lathe (Conventional)
ข้อดี:
- แปรรูปชิ้นงานขนาดใหญ่ได้ดี: ไม่จำกัดขนาดเพลา เหมาะกับงานที่มีขนาดใหญ่ Heavy-duty
- ความยืดหยุ่นในการตั้งเครื่อง : เหมาะกับงานจำนวนน้อย ที่ต้องเปลี่ยนงานบ่อยๆ สลับขนาดวัตถุดิบได้ง่าย
- การเสียเศษวัตถุดิบน้อยกว่า: จับชิ้นงานสั้นได้ ไม่เสียเนื้อโลหะปลายเพลาเยอะ
- ราคาเครื่องและค่าบำรุงรักษาต่ำกว่า: ทั้งตัวเครื่อง และ อุปกรณ์ประกอบมีราคาย่อมเยากว่า
ข้อจำกัด:
- ไม่เหมาะกับงานยาวและเรียว: หากไม่มียันศูนย์ช่วย ชิ้นงานจะสั่น และ กลึงไม่ได้ขนาด
- ต้องใช้หลายกระบวนการ: งานที่มีความซับซ้อนสูงอาจต้องนำไปผ่านเครื่อง Milling หรือ เครื่องกลึงต่อ ทำให้เสียเวลา Setup และ เกิดสะสมความคลาดเคลื่อนได้
คู่มือการเลือกเครื่องให้เหมาะสมกับประเภทงาน
หากต้องการเลือกซื้อเครื่องจักรให้ตอบโจทย์ และ คืนทุนได้เร็วที่สุด ให้พิจารณาจาก 4 ปัจจัยหลักดังนี้
1. ขนาด และ สัดส่วนของชิ้นงาน
- เลือก CNC Swiss Type เมื่อ: ชิ้นงานมีเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กกว่า 32 มม. และมีความยาวมากกว่าเส้นผ่านศูนย์กลางเกิน 5 เท่าขึ้นไป (เช่น เพลาขับขนาดเล็ก, สกรูการแพทย์, เข็มอินเจคเตอร์)
- เลือก CNC Lathe เมื่อ: ชิ้นงานมีขนาดใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลางเกิน 40 มม. ขึ้นไป หรือเป็นงานรูปทรงจาน (Disc), บูชสั้น (Bush) หรือสลักเกลียวขนาดใหญ่
2. ปริมาณการผลิต
- Mass Production (หลายพัน - แสนชิ้น): แนะนำ CNC Swiss Type ร่วมกับ Bar Feeder อัตโนมัติ เพราะทำ Cycle Time ได้ไวกว่ามาก และ สามารถเปิดเครื่องทำงานต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงได้โดยไม่ต้องมีผู้ควบคุม
- Low Volume / High Mix (งานรับจ้างผลิตจำนวนน้อย หลากหลายรูปแบบ): แนะนำ CNC Lathe เพราะตั้งค่าง่าย ไม่ต้องเสียเวลาเซ็ตระบบ Guide Bushing นาน
3. กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย
- งานที่เหมาะกับ CNC Swiss Type:
อุตสาหกรรมการแพทย์: สกรูยึดกระดูก , รากฟันเทียม , เข็มการแพทย์
อุตสาหกรรมยานยนต์ & อิเล็กทรอนิกส์: พินคอนเนคเตอร์ , แกนมอเตอร์ขนาดเล็ก, ชิ้นส่วนระบบหัวฉีดเชื้อเพลิง
อุตสาหกรรมอากาศยาน & นาฬิกา: เพลาเฟืองขนาดเล็ก, วาล์วความดันสูง
- งานที่เหมาะกับ CNC Lathe:
งานวิศวกรรมทั่วไป: เพลาเครื่องจักรขนาดใหญ่, ฟลังจ์ , บูชเหล็ก, สลักเกลียวอุตสาหกรรมหนัก
จะเห็นว่าไม่มีเครื่องจักรประเภทไหนที่ "ดีที่สุด" มีเพียงเครื่องจักรที่ "เหมาะสมที่สุดกับโจทย์การผลิต" เท่านั้น การเข้าใจความแตกต่างในหลักการทำงานของเครื่องทั้งสองประเภท จะช่วยให้วิศวกร ผู้บริหาร และ เจ้าของโรงงานสามารถวางแผนสายการผลิต เลือกใช้เครื่องจักรได้ตรงจุด และ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดได้อย่างยั่งยืน ดังนั้นหากสนใจเครื่อง CNC ที่มีประสิทธิภาพเราขอแนะนำ J Tech Machinery คือ ผู้นำเข้า และตัวแทนจำหน่ายเครื่องจักรกลที่ครบครัน และ ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย เราเชี่ยวชาญในเครื่องจักรกลหลากหลายประเภท เช่น เครื่องกัด CNC Lathe (CNC Machine), เครื่อง 5 Axis Machining , เครื่อง 3D Scanner, เครื่องไวร์คัท, CNC Swiss Type และ เครื่องฉีดพลาสติก ที่ตอบโจทย์สำหรับหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมรถยนต์, อากาศยาน, อุปกรณ์การแพทย์, จักรกลการเกษตร, การก่อสร้าง, พลังงาน, เครื่องใช้ไฟฟ้า, บรรจุภัณฑ์ และ แม่พิมพ์ชนิดต่างๆ นั้นเอง
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่
บริษัท เจ เทค แมชชีนเนอรี่ จำกัด
22/86 ซอยกรุงเทพกรีฑา 7 แยก 4 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
Website : https://www.jtechmachinery.com
Line: @j-tech
E-mail : Info@jtechmachinery.com
เบอร์โทรศัพท์
สำนักงาน : 02-187-0963
คุณอาร์ต : 090-016-1955
คุณเอ๋ : 099-178-5500